FAQ

สามารถสั่งซื้อได้ทั้งแบบสมาชิกและไม่เป็นสมาชิก

กรณีไม่ได้สมัครสมาชิก คุณสามารถตรวจสอบคำสั่งซื้อได้โดยใช้หมายเลขคำสั่งซื้อเท่านั้น หากลืมหมายเลขคำสั่งซื้อ กรุณาติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า แล้วเราจะช่วยตรวจสอบและให้คำแนะนำเพิ่มเติม

หากสมัครสมาชิก คุณจะสามารถใช้งาน MARJI ได้สะดวกยิ่งขึ้น

① สามารถขอยกเลิกคำสั่งซื้อ เปลี่ยนสินค้า หรือคืนสินค้าได้โดยตรงจากหน้าบัญชีของฉัน
② ไม่จำเป็นต้องกรอกที่อยู่จัดส่งใหม่ทุกครั้งที่สั่งซื้อ
③ สามารถดูประวัติการสั่งซื้อที่ผ่านมาได้ในที่เดียว

ไม่สามารถเพิ่มสินค้าในคำสั่งซื้อได้หลังจากทำการสั่งซื้อเรียบร้อยแล้ว

หากต้องการเพิ่มหรือเปลี่ยนสินค้า กรุณายกเลิกหรือคืนสินค้าจากคำสั่งซื้อเดิม แล้วทำการสั่งซื้อใหม่

– คูปองวันเกิดจะมอบให้ปีละ 1 ครั้งต่อ 1 บัญชี ตามวันเกิดที่ลงทะเบียนไว้ตอนสมัครสมาชิก (ระยะเวลาใช้งาน: ภายใน 30 วันนับจากวันที่ได้รับคูปอง)
‣ รับคูปองส่วนลดวันเกิด 15%

– คูปองที่มอบให้ในแต่ละเดือนจะหมดอายุหากไม่ได้ใช้ภายในเดือนนั้น

– เมื่อยกเลิกการเป็นสมาชิก คะแนนสะสมและสิทธิประโยชน์ส่วนลดทั้งหมดจะหมดอายุโดยอัตโนมัติ และไม่สามารถปรับคืนเป็นระดับสมาชิกเดิมได้ กรุณาตัดสินใจอย่างรอบคอบก่อนดำเนินการ

– เมื่อสมัครเป็นสมาชิก MARJI คุณจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมอีกมากมาย

ระยะเวลาจัดส่งจะแตกต่างกันไปตามสินค้า โดยใช้เวลาประมาณ 2–5 วันทำการ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แท็บข้อมูลการจัดส่งและการคืนเงิน หรือรายละเอียดของสินค้าแต่ละรายการ

การจัดส่งอาจล่าช้าหรือสินค้าอาจหมดสต็อกได้ เนื่องจากสถานการณ์ของผู้ผลิต

หากสินค้าอยู่ระหว่างรอเติมสต็อกหรือสินค้าหมด เราจะติดต่อแจ้งให้ทราบเป็นรายบุคคล

1:1 문의

1:1 Inquiry

สอบถามแบบ 1:1

1:1 문의

배송 및 반품 안내

Shipping & Returns

ข้อมูลการจัดส่งและการคืนสินค้า

ข้อมูลการจัดส่ง
พื้นที่จัดส่ง ประเทศไทย (จัดส่งจากประเทศเกาหลีใต้)
บริษัทขนส่ง K-Packet, EMS, DHL, FedEx หรือบริษัทขนส่งระหว่างประเทศที่บริษัทกำหนด
ระยะเวลาจัดส่ง เตรียมสินค้า 1–3 วันทำการ
จัดส่งประมาณ 3–7 วันทำการหลังจากสินค้าออกจากคลัง
ค่าจัดส่ง คำนวณตามน้ำหนักสินค้าและวิธีการจัดส่ง โดยจะแสดงยอดก่อนชำระเงิน
ภาษีและค่าธรรมเนียม ภาษีศุลกากร ภาษีนำเข้า VAT และค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเป็นความรับผิดชอบของผู้รับสินค้า และอาจแตกต่างกันตามประเภทและมูลค่าของสินค้า

※ ระยะเวลาจัดส่งอาจล่าช้าเนื่องจากวันหยุด สถานการณ์ของบริษัทขนส่ง หรือขั้นตอนการตรวจปล่อยของศุลกากร
※ หากพัสดุถูกส่งกลับเนื่องจากไม่ชำระภาษี ปฏิเสธการรับสินค้า หรือข้อมูลผู้รับไม่ถูกต้อง ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นอาจถูกหักออกจากยอดเงินคืน

ข้อมูลการเปลี่ยนและคืนสินค้า
ระยะเวลาในการแจ้ง กรณีเปลี่ยนใจ: ภายใน 7 วันหลังจากได้รับสินค้า
กรณีสินค้าชำรุดหรือจัดส่งผิด: กรุณาติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าทันทีหลังจากตรวจสอบสินค้า
วิธีดำเนินการ กรุณาติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าและได้รับการยืนยันก่อนส่งสินค้าคืนทุกครั้ง บริษัทจะแจ้งวิธีการและที่อยู่สำหรับส่งคืนสินค้าไปยังประเทศเกาหลีใต้
ค่าจัดส่งสำหรับคืน/เปลี่ยนสินค้า กรณีเปลี่ยนใจ ลูกค้าเป็นผู้รับผิดชอบค่าจัดส่งระหว่างประเทศและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง
กรณีสินค้าชำรุดหรือจัดส่งผิด บริษัทจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
ระยะเวลาตรวจสอบ ประมาณ 1–3 วันทำการหลังจากสินค้าส่งกลับถึงคลังสินค้าในประเทศเกาหลีใต้
กรณีที่ไม่สามารถคืน/เปลี่ยนสินค้าได้ สินค้าที่พ้นระยะเวลาที่กำหนด มีร่องรอยการสวมใส่หรือซัก มีคราบหรือกลิ่นติดสินค้า รวมถึงสินค้าที่ป้ายหรือบรรจุภัณฑ์เสียหายจากการใช้งานของลูกค้า ไม่สามารถคืนหรือเปลี่ยนสินค้าได้

※ ขนาดสินค้าอาจคลาดเคลื่อนเล็กน้อยตามวิธีการวัด และสีอาจแตกต่างกันตามการตั้งค่าหน้าจอ ซึ่งไม่ถือเป็นข้อบกพร่องของสินค้า
※ กรณีสินค้าชำรุดหรือจัดส่งผิด บริษัทอาจขอรูปถ่ายหรือวิดีโอขณะเปิดพัสดุเพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบ

ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ

 

ข้อ 1 (วัตถุประสงค์)

ข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบระหว่างบริษัท MARJI (ผู้ประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์) ซึ่งดำเนินการมาร์จีไซเบอร์มอลล์ (ต่อไปนี้เรียกว่า “มอลล์”) กับผู้ใช้ ในการใช้บริการที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต (ต่อไปนี้เรียกว่า “บริการ”) ที่มอลล์จัดให้

 

ข้อ 2 (คำจำกัดความ)

① “มอลล์” หมายถึง สถานประกอบการเสมือนที่บริษัท MARJI จัดตั้งขึ้นโดยใช้ระบบสารสนเทศและการสื่อสาร เช่น คอมพิวเตอร์ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถทำธุรกรรมเกี่ยวกับสินค้าและบริการ (ต่อไปนี้เรียกว่า “สินค้า ฯลฯ”) และให้หมายรวมถึงผู้ประกอบการที่ดำเนินการไซเบอร์มอลล์ด้วย
② “ผู้ใช้” หมายถึง สมาชิกและผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกซึ่งเข้าถึงมอลล์และรับบริการจากมอลล์ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้
③ “สมาชิก” หมายถึง บุคคลที่ลงทะเบียนเป็นสมาชิกกับมอลล์และสามารถใช้บริการที่มอลล์จัดให้ได้อย่างต่อเนื่อง
④ “ผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก” หมายถึง บุคคลที่ใช้บริการของมอลล์โดยไม่ได้ลงทะเบียนเป็นสมาชิก

 

ข้อ 3 (การแสดง การอธิบาย และการแก้ไขข้อกำหนดและเงื่อนไข)

① มอลล์จะแสดงเนื้อหาของข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ ชื่อธุรกิจและชื่อผู้แทน ที่อยู่สถานประกอบการ (รวมถึงที่อยู่สำหรับรับเรื่องร้องเรียนของผู้บริโภค) หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรสาร ที่อยู่อีเมล เลขทะเบียนธุรกิจ เลขทะเบียนธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ผู้รับผิดชอบด้านการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องไว้บนหน้าหลักของบริการเพื่อให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบได้โดยง่าย ทั้งนี้ เนื้อหาของข้อกำหนดและเงื่อนไขอาจแสดงผ่านหน้าที่เชื่อมโยงแยกต่างหากได้
② ก่อนที่ผู้ใช้จะยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไข มอลล์จะจัดให้มีหน้าที่เชื่อมโยงหรือหน้าต่างป๊อปอัปแยกต่างหาก เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าใจและตรวจสอบสาระสำคัญ เช่น การถอนการสั่งซื้อ ความรับผิดชอบในการจัดส่ง และเงื่อนไขการคืนเงิน
③ มอลล์อาจแก้ไขข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ได้ภายในขอบเขตที่ไม่ขัดต่อกฎหมายที่เกี่ยวข้องของสาธารณรัฐเกาหลี รวมถึงกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคในการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กฎหมายว่าด้วยการควบคุมข้อกำหนดและเงื่อนไข กฎหมายพื้นฐานว่าด้วยเอกสารอิเล็กทรอนิกส์และธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ กฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางการเงินอิเล็กทรอนิกส์ กฎหมายว่าด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการใช้เครือข่ายสารสนเทศและการสื่อสารและการคุ้มครองข้อมูล กฎหมายว่าด้วยการขายตรง และกฎหมายพื้นฐานว่าด้วยผู้บริโภค
④ หากมอลล์แก้ไขข้อกำหนดและเงื่อนไข มอลล์จะแจ้งวันที่มีผลบังคับใช้และเหตุผลในการแก้ไข พร้อมกับข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับปัจจุบันบนหน้าหลักของมอลล์ ตั้งแต่ 7 วันก่อนวันที่มีผลบังคับใช้จนถึงวันก่อนวันที่มีผลบังคับใช้ อย่างไรก็ตาม หากการแก้ไขดังกล่าวเป็นผลเสียต่อผู้ใช้ จะต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน และมอลล์จะแสดงเนื้อหาก่อนและหลังการแก้ไขอย่างชัดเจนเพื่อให้ผู้ใช้เข้าใจได้ง่าย
⑤ ข้อกำหนดและเงื่อนไขที่แก้ไขแล้วจะใช้กับสัญญาที่ทำขึ้นตั้งแต่วันที่ข้อกำหนดดังกล่าวมีผลบังคับใช้เป็นต้นไป ส่วนสัญญาที่ทำขึ้นก่อนหน้านั้นให้ใช้ข้อกำหนดและเงื่อนไขเดิม อย่างไรก็ตาม หากผู้ใช้ที่ได้ทำสัญญาแล้วประสงค์ให้ใช้ข้อกำหนดที่แก้ไข และแจ้งความประสงค์ดังกล่าวแก่มอลล์ภายในระยะเวลาประกาศการแก้ไขตามวรรค ③ และได้รับความยินยอมจากมอลล์ ให้ใช้ข้อกำหนดที่แก้ไขนั้นได้
⑥ เรื่องที่ไม่ได้กำหนดไว้ในข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้และการตีความข้อกำหนดดังกล่าว ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคในการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กฎหมายว่าด้วยการควบคุมข้อกำหนดและเงื่อนไข แนวทางการคุ้มครองผู้บริโภคในการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่กำหนดโดยคณะกรรมการการค้าที่เป็นธรรม กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง หรือธรรมเนียมทางการค้า

 

ข้อ 4 (การให้และการเปลี่ยนแปลงบริการ)

① มอลล์ดำเนินการดังต่อไปนี้
1. ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการ และจัดทำสัญญาซื้อขาย
2. จัดส่งสินค้าและบริการที่มีการทำสัญญาซื้อขายแล้ว
3. ดำเนินงานอื่นตามที่มอลล์กำหนด
② หากสินค้าและบริการหมด หรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดทางเทคนิค มอลล์อาจเปลี่ยนแปลงเนื้อหาของสินค้าและบริการที่จะจัดให้ตามสัญญาที่จะทำขึ้นในอนาคต โดยจะแจ้งรายละเอียดและวันที่เริ่มให้บริการของสินค้าและบริการที่เปลี่ยนแปลงไว้ ณ ตำแหน่งที่แสดงรายละเอียดสินค้าและบริการเดิมโดยทันที
③ หากมอลล์จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเนื้อหาของบริการที่ตกลงว่าจะให้แก่ผู้ใช้ เนื่องจากสินค้าหมด การเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดทางเทคนิค หรือเหตุอื่น มอลล์จะแจ้งเหตุผลดังกล่าวไปยังที่อยู่ที่สามารถติดต่อผู้ใช้ได้โดยทันที
④ ในกรณีตามวรรคก่อน มอลล์จะชดใช้ความเสียหายที่เกิดแก่ผู้ใช้ เว้นแต่มอลล์จะพิสูจน์ได้ว่าไม่มีเจตนาหรือความประมาท

 

ข้อ 5 (การระงับบริการ)

① มอลล์อาจระงับการให้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีที่มีการตรวจสอบ บำรุงรักษา เปลี่ยน หรือขัดข้องของอุปกรณ์สารสนเทศและการสื่อสาร เช่น คอมพิวเตอร์ หรือเกิดการขัดข้องของระบบการสื่อสาร
② มอลล์จะชดใช้ความเสียหายที่เกิดแก่ผู้ใช้หรือบุคคลภายนอกอันเนื่องมาจากการระงับบริการชั่วคราวตามวรรค ① เว้นแต่มอลล์จะพิสูจน์ได้ว่าไม่มีเจตนาหรือความประมาท
③ หากไม่สามารถให้บริการได้เนื่องจากการเปลี่ยนประเภทธุรกิจ การยุติธุรกิจ การควบรวมกิจการ หรือเหตุอื่น มอลล์จะแจ้งผู้ใช้ตามวิธีที่กำหนดไว้ในข้อ 8 และชดเชยผู้บริโภคตามเงื่อนไขที่มอลล์ได้แจ้งไว้เดิม หากมอลล์ไม่ได้แจ้งมาตรฐานการชดเชยไว้ มอลล์จะจ่ายไมล์สะสมหรือคะแนนสะสมของผู้ใช้เป็นสิ่งของหรือเงินสดที่มีมูลค่าเทียบเท่ากับมูลค่าเงินตราที่ใช้ในมอลล์

 

ข้อ 6 (การสมัครสมาชิก)

① ผู้ใช้สามารถสมัครสมาชิกโดยกรอกข้อมูลสมาชิกตามแบบฟอร์มที่มอลล์กำหนดและแสดงเจตนายอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้
② มอลล์จะลงทะเบียนผู้ใช้ที่สมัครตามวรรค ① เป็นสมาชิก เว้นแต่เข้าข่ายกรณีดังต่อไปนี้
1. ผู้สมัครเคยสูญเสียสถานะสมาชิกตามข้อ 7 วรรค ③ เว้นแต่พ้นระยะเวลา 3 ปีนับจากวันที่สูญเสียสถานะสมาชิกและได้รับอนุญาตจากมอลล์ให้สมัครสมาชิกใหม่
2. ข้อมูลที่ลงทะเบียนเป็นเท็จ ไม่ครบถ้วน หรือมีข้อผิดพลาด
3. มอลล์เห็นว่าการลงทะเบียนเป็นสมาชิกก่อให้เกิดอุปสรรคอย่างมีนัยสำคัญทางเทคนิคต่อการดำเนินงานของมอลล์
③ สัญญาสมาชิกมีผลเมื่อการยอมรับของมอลล์ไปถึงสมาชิก
④ หากข้อมูลที่สมาชิกลงทะเบียนไว้เมื่อสมัครสมาชิกมีการเปลี่ยนแปลง สมาชิกต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงแก่มอลล์ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม เช่น โดยการแก้ไขข้อมูลสมาชิก

 

ข้อ 7 (การยกเลิกสมาชิกและการสูญเสียสถานะสมาชิก)

① สมาชิกสามารถขอยกเลิกสมาชิกได้ทุกเมื่อ และมอลล์จะดำเนินการยกเลิกสมาชิกโดยทันที
② มอลล์อาจจำกัดหรือระงับสถานะสมาชิกในกรณีดังต่อไปนี้
1. ลงทะเบียนข้อมูลอันเป็นเท็จในการสมัครสมาชิก
2. ไม่ชำระค่าสินค้าและบริการที่ซื้อผ่านมอลล์ หรือหนี้อื่นที่เกี่ยวข้องกับการใช้มอลล์ภายในกำหนดเวลา
3. รบกวนการใช้มอลล์ของบุคคลอื่น ลักลอบใช้ข้อมูลของผู้อื่น หรือกระทำการอื่นที่คุกคามระเบียบของการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
4. ใช้มอลล์เพื่อกระทำการที่กฎหมายหรือข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ห้าม หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี
③ หากหลังจากมอลล์จำกัดหรือระงับสถานะสมาชิกแล้ว สมาชิกกระทำการเดิมซ้ำตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป หรือไม่แก้ไขสาเหตุภายใน 30 วัน มอลล์อาจเพิกถอนสถานะสมาชิก
④ หากมอลล์เพิกถอนสถานะสมาชิก มอลล์จะลบการลงทะเบียนสมาชิก โดยจะแจ้งสมาชิกและให้โอกาสชี้แจงเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 30 วันก่อนลบการลงทะเบียน

 

ข้อ 8 (การแจ้งสมาชิก)

① หากมอลล์แจ้งเรื่องใดแก่สมาชิก มอลล์อาจส่งไปยังที่อยู่อีเมลที่สมาชิกได้ตกลงและระบุไว้ล่วงหน้ากับมอลล์
② สำหรับการแจ้งแก่สมาชิกจำนวนมากโดยไม่ระบุบุคคล มอลล์อาจประกาศบนกระดานประกาศของมอลล์เป็นเวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์แทนการแจ้งเป็นรายบุคคล อย่างไรก็ตาม เรื่องที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อธุรกรรมของสมาชิกแต่ละรายจะมีการแจ้งเป็นรายบุคคล

 

ข้อ 9 (การสั่งซื้อและการยินยอมให้ข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น)

① ผู้ใช้มอลล์สามารถยื่นคำสั่งซื้อผ่านมอลล์โดยวิธีดังต่อไปนี้หรือวิธีอื่นที่คล้ายคลึงกัน และมอลล์จะจัดให้ข้อมูลแต่ละรายการต่อไปนี้อย่างชัดเจนและเข้าใจง่ายในระหว่างการสั่งซื้อ
1. การค้นหาและเลือกสินค้าและบริการ
2. การกรอกชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่อีเมล (หรือหมายเลขโทรศัพท์มือถือ) ของผู้รับ
3. การตรวจสอบข้อกำหนดและเงื่อนไข บริการที่มีข้อจำกัดในการถอนการสั่งซื้อ และค่าใช้จ่ายที่ผู้ใช้ต้องรับผิดชอบ เช่น ค่าจัดส่งและค่าติดตั้ง
4. การแสดงเจตนายอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ และยืนยันหรือปฏิเสธรายการตามข้อ 3 ข้างต้น (เช่น การคลิกเมาส์)
5. การยื่นคำสั่งซื้อและการยืนยันคำสั่งซื้อ หรือการยินยอมต่อการยืนยันของมอลล์
6. การเลือกวิธีการชำระเงิน
② หากมอลล์จำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ซื้อแก่บุคคลภายนอก มอลล์จะต้องแจ้งและได้รับความยินยอมจากผู้ซื้อเกี่ยวกับ 1) ผู้รับข้อมูลส่วนบุคคล 2) วัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้รับ 3) รายการข้อมูลส่วนบุคคลที่ให้ และ 4) ระยะเวลาการเก็บรักษาและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้รับ ทั้งนี้ให้ใช้เช่นเดียวกันเมื่อรายละเอียดที่ได้รับความยินยอมมีการเปลี่ยนแปลง
③ หากมอลล์มอบหมายให้บุคคลภายนอกดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ซื้อ มอลล์จะต้องแจ้งและได้รับความยินยอมจากผู้ซื้อเกี่ยวกับ 1) ผู้รับมอบหมายให้จัดการข้อมูลส่วนบุคคล และ 2) เนื้อหาของงานที่มอบหมาย ทั้งนี้ให้ใช้เช่นเดียวกันเมื่อรายละเอียดที่ได้รับความยินยอมมีการเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม หากการมอบหมายดังกล่าวจำเป็นต่อการปฏิบัติตามสัญญาการให้บริการและเกี่ยวข้องกับการเพิ่มความสะดวกแก่ผู้ซื้อ อาจแจ้งผ่านนโยบายการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลตามวิธีที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการใช้เครือข่ายสารสนเทศและการสื่อสารและการคุ้มครองข้อมูล โดยไม่ต้องดำเนินขั้นตอนการแจ้งและขอความยินยอมแยกต่างหาก

 

ข้อ 10 (การเกิดขึ้นของสัญญา)

① มอลล์อาจไม่ยอมรับคำสั่งซื้อตามข้อ 9 หากเข้าข่ายกรณีดังต่อไปนี้ อย่างไรก็ตาม ในกรณีทำสัญญากับผู้เยาว์ มอลล์จะต้องแจ้งว่าหากไม่ได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้เยาว์หรือผู้แทนโดยชอบธรรมสามารถยกเลิกสัญญาได้
1. คำขอมีข้อมูลอันเป็นเท็จ ไม่ครบถ้วน หรือมีข้อผิดพลาด
2. ผู้เยาว์ซื้อสินค้าและบริการที่กฎหมายคุ้มครองเยาวชนห้าม เช่น บุหรี่หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
3. มอลล์เห็นว่าการยอมรับคำสั่งซื้อก่อให้เกิดอุปสรรคอย่างมีนัยสำคัญทางเทคนิคต่อมอลล์
② ให้ถือว่าสัญญาเกิดขึ้นเมื่อการยอมรับของมอลล์ในรูปแบบการแจ้งยืนยันการรับตามข้อ 12 วรรค ① ไปถึงผู้ใช้
③ การแสดงเจตนายอมรับของมอลล์จะรวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการยืนยันคำสั่งซื้อของผู้ใช้ ความพร้อมในการจำหน่าย การแก้ไขหรือยกเลิกคำสั่งซื้อ และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง

 

ข้อ 11 (วิธีการชำระเงิน)

การชำระค่าสินค้าและบริการที่ซื้อจากมอลล์สามารถทำได้ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งที่สามารถใช้ได้ดังต่อไปนี้ ทั้งนี้ มอลล์จะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากผู้ใช้ไม่ว่าในชื่อใดอันเนื่องมาจากวิธีการชำระเงิน
1. การโอนเงินผ่านบัญชี เช่น Phone Banking, Internet Banking และ Mail Banking
2. การชำระด้วยบัตรประเภทต่าง ๆ เช่น บัตรเติมเงิน บัตรเดบิต และบัตรเครดิต
3. การโอนเงินเข้าบัญชีโดยตรงผ่านระบบออนไลน์
4. การชำระด้วยเงินอิเล็กทรอนิกส์
5. การชำระเงินเมื่อได้รับสินค้า
6. การชำระด้วยคะแนน เช่น ไมล์สะสมหรือคะแนนที่มอลล์มอบให้
7. การชำระด้วยบัตรกำนัลที่มอลล์ทำสัญญาหรือรับรอง
8. วิธีการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ

 

ข้อ 12 (การแจ้งยืนยันการรับ การเปลี่ยนแปลงและการยกเลิกคำสั่งซื้อ)

① เมื่อผู้ใช้ยื่นคำสั่งซื้อ มอลล์จะแจ้งยืนยันการรับคำสั่งซื้อแก่ผู้ใช้
② หากผู้ใช้ที่ได้รับการแจ้งยืนยันการรับพบว่ามีความคลาดเคลื่อนในการแสดงเจตนาหรือข้อมูลอื่น ผู้ใช้สามารถขอเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกคำสั่งซื้อได้ทันทีหลังได้รับการแจ้งดังกล่าว และหากมอลล์ได้รับคำขอก่อนจัดส่งสินค้า มอลล์จะดำเนินการตามคำขอโดยไม่ชักช้า อย่างไรก็ตาม หากได้ชำระเงินแล้ว ให้เป็นไปตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการถอนการสั่งซื้อตามข้อ 15

 

ข้อ 13 (การจัดหาสินค้าและบริการ)

① เว้นแต่มอลล์และผู้ใช้จะตกลงเป็นอย่างอื่นเกี่ยวกับระยะเวลาการจัดหาสินค้าและบริการ มอลล์จะดำเนินมาตรการที่จำเป็น เช่น การผลิตตามคำสั่งซื้อและการบรรจุ เพื่อให้สามารถจัดส่งสินค้าและบริการได้ภายใน 7 วันนับจากวันที่ผู้ใช้สั่งซื้อ อย่างไรก็ตาม หากมอลล์ได้รับชำระค่าสินค้าและบริการทั้งหมดหรือบางส่วนแล้ว มอลล์จะดำเนินการภายใน 3 วันทำการนับจากวันที่ได้รับชำระทั้งหมดหรือบางส่วน ในกรณีนี้ มอลล์จะจัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบขั้นตอนและความคืบหน้าในการจัดหาสินค้าและบริการได้
② มอลล์จะแจ้งวิธีการจัดส่ง ผู้รับผิดชอบค่าจัดส่งของแต่ละวิธี และระยะเวลาการจัดส่งสำหรับสินค้าที่ผู้ใช้ซื้อ หากมอลล์จัดส่งเกินระยะเวลาที่ตกลงไว้ มอลล์จะชดใช้ความเสียหายที่เกิดแก่ผู้ใช้ เว้นแต่มอลล์จะพิสูจน์ได้ว่าไม่มีเจตนาหรือความประมาท

 

ข้อ 14 (การคืนเงิน)

หากไม่สามารถส่งมอบหรือจัดหาสินค้าและบริการที่ผู้ใช้สั่งซื้อได้เนื่องจากสินค้าหมดหรือเหตุอื่น มอลล์จะแจ้งเหตุผลแก่ผู้ใช้โดยไม่ชักช้า และหากได้รับชำระเงินล่วงหน้าแล้ว จะคืนเงินหรือดำเนินมาตรการที่จำเป็นสำหรับการคืนเงินภายใน 3 วันทำการนับจากวันที่ได้รับชำระเงิน

 

ข้อ 15 (การถอนการสั่งซื้อ เป็นต้น)

① ผู้ใช้ที่ทำสัญญาซื้อสินค้าและบริการกับมอลล์สามารถถอนการสั่งซื้อได้ภายใน 7 วันนับจากวันที่ได้รับเอกสารเกี่ยวกับรายละเอียดของสัญญาตามมาตรา 13 วรรค 2 แห่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคในการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (หากมีการจัดหาสินค้าและบริการภายหลังวันที่ได้รับเอกสาร ให้เริ่มนับจากวันที่ได้รับสินค้าและบริการหรือวันที่เริ่มการจัดหาสินค้าและบริการ) อย่างไรก็ตาม หากกฎหมายดังกล่าวกำหนดเกี่ยวกับการถอนการสั่งซื้อไว้เป็นอย่างอื่น ให้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายนั้น
② เมื่อผู้ใช้ได้รับสินค้าและบริการแล้ว ผู้ใช้ไม่สามารถคืนหรือเปลี่ยนสินค้าได้ในกรณีดังต่อไปนี้
1. สินค้าและบริการสูญหายหรือเสียหายด้วยเหตุที่ผู้ใช้ต้องรับผิดชอบ (อย่างไรก็ตาม หากบรรจุภัณฑ์เสียหายเพียงเพื่อการตรวจสอบเนื้อหาของสินค้าและบริการ ผู้ใช้ยังสามารถถอนการสั่งซื้อได้)
2. มูลค่าของสินค้าและบริการลดลงอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากการใช้งานหรือการบริโภคบางส่วนของผู้ใช้
3. มูลค่าของสินค้าและบริการลดลงอย่างมีนัยสำคัญตามกาลเวลาจนยากต่อการจำหน่ายต่อ
4. ในกรณีที่สามารถทำสำเนาเป็นสินค้าและบริการที่มีประสิทธิภาพเดียวกันได้ และบรรจุภัณฑ์ของต้นฉบับถูกทำให้เสียหาย
③ ในกรณีตามวรรค ② ข้อ 2 ถึงข้อ 4 หากมอลล์ไม่ได้แจ้งข้อจำกัดในการถอนการสั่งซื้อไว้ล่วงหน้าในตำแหน่งที่ผู้บริโภคสามารถเห็นได้โดยง่าย หรือไม่ได้จัดให้มีสินค้าตัวอย่างหรือมาตรการอื่นที่คล้ายคลึงกัน สิทธิในการถอนการสั่งซื้อของผู้ใช้จะไม่ถูกจำกัด
④ แม้จะมีวรรค ① และ ② หากสินค้าและบริการไม่ตรงกับรายละเอียดที่แสดงหรือโฆษณา หรือไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญา ผู้ใช้สามารถถอนการสั่งซื้อได้ภายใน 3 เดือนนับจากวันที่ได้รับสินค้าและบริการ หรือภายใน 30 วันนับจากวันที่ทราบหรือควรทราบถึงข้อเท็จจริงดังกล่าว

 

ข้อ 16 (ผลของการถอนการสั่งซื้อ เป็นต้น)

① เมื่อมอลล์ได้รับสินค้าและบริการคืนจากผู้ใช้แล้ว มอลล์จะคืนเงินค่าสินค้าและบริการที่ได้รับชำระไว้ภายใน 3 วันทำการ หากมอลล์คืนเงินล่าช้า มอลล์จะจ่ายดอกเบี้ยผิดนัดที่คำนวณโดยใช้อัตราดอกเบี้ยผิดนัดตามมาตรา 21-3 แห่งพระราชกฤษฎีกาบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคในการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับระยะเวลาที่ล่าช้า
② หากผู้ใช้ชำระค่าสินค้าและบริการด้วยบัตรเครดิต เงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือวิธีการชำระเงินอื่น มอลล์จะร้องขอให้ผู้ให้บริการวิธีการชำระเงินดังกล่าวระงับหรือยกเลิกการเรียกเก็บค่าสินค้าและบริการโดยไม่ชักช้า
③ ในกรณีถอนการสั่งซื้อ ผู้ใช้เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการส่งคืนสินค้าและบริการ มอลล์จะไม่เรียกค่าปรับหรือค่าเสียหายจากผู้ใช้เนื่องจากการถอนการสั่งซื้อ อย่างไรก็ตาม หากถอนการสั่งซื้อเนื่องจากสินค้าและบริการไม่ตรงกับรายละเอียดที่แสดงหรือโฆษณา หรือไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญา มอลล์จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการส่งคืน
④ หากผู้ใช้เป็นผู้รับผิดชอบค่าจัดส่งเมื่อได้รับสินค้าและบริการ มอลล์จะแสดงอย่างชัดเจนและเข้าใจง่ายว่าฝ่ายใดเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายดังกล่าวเมื่อมีการถอนการสั่งซื้อ

 

ข้อ 17 (การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล)

① เมื่อมอลล์เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ จะเก็บรวบรวมเฉพาะข้อมูลขั้นต่ำที่จำเป็นต่อการให้บริการ
② มอลล์จะไม่เก็บรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นต่อการปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายไว้ล่วงหน้าในขั้นตอนการสมัครสมาชิก อย่างไรก็ตาม ข้อนี้ไม่ใช้บังคับในกรณีที่จำเป็นต้องยืนยันตัวตนก่อนทำสัญญาซื้อขายเพื่อปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมาย และมีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะที่จำเป็นขั้นต่ำ
③ เมื่อมอลล์เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ มอลล์จะแจ้งวัตถุประสงค์และได้รับความยินยอมจากผู้ใช้
④ มอลล์จะไม่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมเพื่อวัตถุประสงค์อื่น หากมีวัตถุประสงค์การใช้ใหม่หรือมีการให้ข้อมูลแก่บุคคลภายนอก มอลล์จะแจ้งวัตถุประสงค์และได้รับความยินยอมจากผู้ใช้ในขั้นตอนการใช้หรือการให้ข้อมูล เว้นแต่กฎหมายที่เกี่ยวข้องจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
⑤ ในกรณีที่มอลล์ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้ตามวรรค ② และ ③ มอลล์จะต้องระบุหรือแจ้งล่วงหน้าเกี่ยวกับข้อมูลประจำตัวของผู้รับผิดชอบการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล (หน่วยงาน ชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ และข้อมูลติดต่ออื่น) วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูล และรายละเอียดเกี่ยวกับการให้ข้อมูลแก่บุคคลภายนอก (ผู้รับข้อมูล วัตถุประสงค์ในการให้ และรายละเอียดของข้อมูลที่จะให้) รวมถึงรายการอื่นตามมาตรา 22 วรรค 2 แห่งกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการใช้เครือข่ายสารสนเทศและการสื่อสารและการคุ้มครองข้อมูล และผู้ใช้สามารถถอนความยินยอมดังกล่าวได้ทุกเมื่อ
⑥ ผู้ใช้สามารถขอตรวจสอบและแก้ไขข้อผิดพลาดในข้อมูลส่วนบุคคลของตนที่มอลล์เก็บรักษาไว้ได้ทุกเมื่อ และมอลล์มีหน้าที่ดำเนินมาตรการที่จำเป็นโดยไม่ชักช้า หากผู้ใช้ร้องขอให้แก้ไขข้อผิดพลาด มอลล์จะไม่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจนกว่าจะดำเนินการแก้ไขเสร็จสิ้น
⑦ เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มอลล์จะจำกัดจำนวนบุคคลที่จัดการข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ให้น้อยที่สุด และรับผิดชอบต่อความเสียหายของผู้ใช้อันเกิดจากการสูญหาย การโจรกรรม การรั่วไหล การให้แก่บุคคลภายนอกโดยไม่ได้รับความยินยอม การดัดแปลง หรือเหตุอื่นที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ รวมถึงข้อมูลบัตรเครดิตและบัญชีธนาคาร
⑧ เมื่อมอลล์หรือบุคคลภายนอกที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากมอลล์บรรลุวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมหรือรับข้อมูลแล้ว จะทำลายข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวโดยไม่ชักช้า
⑨ มอลล์จะไม่กำหนดช่องยินยอมเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม การใช้ และการให้ข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกเลือกไว้ล่วงหน้า นอกจากนี้ มอลล์จะแจ้งอย่างชัดเจนถึงบริการที่อาจถูกจำกัดหากผู้ใช้ปฏิเสธการให้ความยินยอม และจะไม่จำกัดหรือปฏิเสธการให้บริการ เช่น การสมัครสมาชิก เพียงเพราะผู้ใช้ปฏิเสธการเก็บรวบรวม การใช้ หรือการให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ใช่รายการที่จำเป็น

 

ข้อ 18 (หน้าที่ของมอลล์)

① มอลล์จะไม่กระทำการที่กฎหมายหรือข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ห้าม หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี และจะพยายามอย่างเต็มที่ในการจัดหาสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพตามข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้
② มอลล์จะจัดให้มีระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ (รวมถึงข้อมูลเครดิต) เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้บริการอินเทอร์เน็ตได้อย่างปลอดภัย
③ หากผู้ใช้ได้รับความเสียหายจากการที่มอลล์แสดงหรือโฆษณาสินค้าและบริการอย่างไม่เป็นธรรมตามมาตรา 3 แห่งกฎหมายว่าด้วยความเป็นธรรมในการแสดงและโฆษณา มอลล์มีหน้าที่ชดใช้ความเสียหายดังกล่าว
④ มอลล์จะไม่ส่งอีเมลโฆษณาเพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าที่ผู้ใช้ไม่ต้องการ

 

ข้อ 19 (หน้าที่เกี่ยวกับ ID และรหัสผ่านของสมาชิก)

① เว้นแต่กรณีตามข้อ 17 สมาชิกเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดการ ID และรหัสผ่านของตน
② สมาชิกต้องไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกใช้ ID หรือรหัสผ่านของตน
③ หากสมาชิกทราบว่า ID หรือรหัสผ่านของตนถูกขโมยหรือถูกบุคคลภายนอกนำไปใช้ สมาชิกต้องแจ้งมอลล์ทันที และปฏิบัติตามคำแนะนำของมอลล์หากมี

 

ข้อ 20 (หน้าที่ของผู้ใช้)

ผู้ใช้ต้องไม่กระทำการดังต่อไปนี้
1. ลงทะเบียนข้อมูลอันเป็นเท็จเมื่อสมัครหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูล
2. ลักลอบใช้ข้อมูลของผู้อื่น
3. เปลี่ยนแปลงข้อมูลที่เผยแพร่บนมอลล์
4. ส่งหรือเผยแพร่ข้อมูลอื่นนอกเหนือจากข้อมูลที่มอลล์กำหนด เช่น โปรแกรมคอมพิวเตอร์
5. ละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาอื่นของมอลล์หรือบุคคลภายนอก
6. ทำลายชื่อเสียงหรือรบกวนการดำเนินงานของมอลล์หรือบุคคลภายนอก
7. เปิดเผยหรือเผยแพร่ข้อความ ภาพ เสียง หรือข้อมูลอื่นที่ลามก รุนแรง หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีบนมอลล์

 

ข้อ 21 (กรรมสิทธิ์ในลิขสิทธิ์และข้อจำกัดการใช้งาน)

① ลิขสิทธิ์และสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาอื่นในผลงานที่มอลล์จัดทำขึ้นเป็นของมอลล์
② ผู้ใช้ต้องไม่นำข้อมูลที่ได้รับจากการใช้มอลล์และเป็นข้อมูลที่มอลล์มีสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาไปทำซ้ำ ส่ง เผยแพร่ จัดจำหน่าย ออกอากาศ ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยวิธีอื่น หรืออนุญาตให้บุคคลภายนอกใช้ โดยไม่ได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากมอลล์
③ หากมอลล์ใช้ลิขสิทธิ์ที่เป็นของผู้ใช้ตามข้อตกลง มอลล์จะแจ้งผู้ใช้ดังกล่าว

 

ข้อ 22 (การระงับข้อพิพาท)

① มอลล์จะจัดตั้งและดำเนินกลไกสำหรับจัดการการชดเชยความเสียหาย เพื่อรับฟังความคิดเห็นหรือข้อร้องเรียนที่ชอบด้วยเหตุผลของผู้ใช้และดำเนินการชดเชยความเสียหาย
② มอลล์จะให้ความสำคัญกับการดำเนินการเกี่ยวกับข้อร้องเรียนและความคิดเห็นที่ผู้ใช้ยื่นก่อน หากไม่สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว มอลล์จะแจ้งเหตุผลและกำหนดการดำเนินการแก่ผู้ใช้โดยทันที
③ หากมีคำขอเยียวยาความเสียหายของผู้ใช้เกี่ยวกับข้อพิพาทด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างมอลล์และผู้ใช้ อาจใช้กระบวนการไกล่เกลี่ยของหน่วยงานระงับข้อพิพาทที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการการค้าที่เป็นธรรมหรือผู้ว่าราชการจังหวัด/มหานคร

 

ข้อ 23 (เขตอำนาจศาลและกฎหมายที่ใช้บังคับ)

① คดีเกี่ยวกับข้อพิพาทด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างมอลล์และผู้ใช้ให้อยู่ในเขตอำนาจเฉพาะของศาลแขวงที่มีเขตอำนาจเหนือที่อยู่ของผู้ใช้ ณ เวลาที่ยื่นฟ้อง หรือหากไม่มีที่อยู่ ให้ใช้สถานที่พำนักของผู้ใช้ อย่างไรก็ตาม หากที่อยู่หรือสถานที่พำนักของผู้ใช้ไม่ชัดเจน ณ เวลาที่ยื่นฟ้อง หรือผู้ใช้พำนักอยู่ในต่างประเทศ ให้ยื่นต่อศาลที่มีเขตอำนาจตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
② ข้อพิพาทด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างมอลล์และผู้ใช้ให้อยู่ภายใต้กฎหมายของสาธารณรัฐเกาหลี

 

บทเพิ่มเติม

ข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ <วันที่เปิดเว็บไซต์>

นโยบายการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

 

MARJI (ต่อไปนี้เรียกว่า “บริษัท”) จัดทำและเปิดเผยนโยบายการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ตามมาตรา 30 แห่งกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล และเพื่อให้สามารถดำเนินการเกี่ยวกับข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องได้อย่างรวดเร็วและราบรื่น

 

ข้อ 1 (วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล)

บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลที่ประมวลผลจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากที่ระบุไว้ด้านล่าง และหากมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการใช้ บริษัทจะดำเนินมาตรการที่จำเป็น เช่น การขอความยินยอมแยกต่างหากตามมาตรา 18 แห่งกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

1. การสมัครและการจัดการสมาชิกเว็บไซต์
บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การยืนยันความประสงค์ในการสมัครสมาชิก การระบุและยืนยันตัวตนเพื่อให้บริการสำหรับสมาชิก การรักษาและจัดการสถานะสมาชิก การยืนยันตัวตนตามระบบยืนยันตัวตนแบบจำกัด การป้องกันการใช้บริการโดยมิชอบ การตรวจสอบความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรมในกรณีประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี การแจ้งประกาศและข้อมูลต่าง ๆ และการจัดการข้อร้องเรียน

2. การจัดหาสินค้าหรือบริการ
บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การจัดส่งสินค้า การให้บริการ การส่งสัญญาและใบเรียกเก็บเงิน การให้เนื้อหา การให้บริการเฉพาะบุคคล การยืนยันตัวตน การยืนยันอายุ การชำระเงินและการคำนวณยอด และการติดตามทวงถามหนี้

3. การจัดการข้อร้องเรียน
บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การยืนยันตัวตนของผู้ร้องเรียน การตรวจสอบรายละเอียดข้อร้องเรียน การติดต่อและแจ้งเพื่อการตรวจสอบข้อเท็จจริง และการแจ้งผลการดำเนินการ

 

ข้อ 2 (ระยะเวลาการประมวลผลและการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล)

① บริษัทประมวลผลและเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลภายในระยะเวลาการเก็บรักษาและการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่กำหนดโดยกฎหมาย หรือภายในระยะเวลาที่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลในขณะที่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
② ระยะเวลาการประมวลผลและการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละประเภทมีดังต่อไปนี้

1. การสมัครและการจัดการสมาชิกเว็บไซต์ : จนกว่าจะยกเลิกการเป็นสมาชิกเว็บไซต์ของผู้ประกอบการ/องค์กร
อย่างไรก็ตาม หากเข้าข่ายกรณีดังต่อไปนี้ ให้เก็บรักษาจนกว่าเหตุดังกล่าวจะสิ้นสุดลง
1) หากอยู่ระหว่างการสืบสวนหรือการสอบสวนเนื่องจากการฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ให้เก็บรักษาจนกว่าการสืบสวนหรือการสอบสวนดังกล่าวจะสิ้นสุดลง
2) หากยังมีสิทธิเรียกร้องหรือภาระหนี้อันเกิดจากการใช้เว็บไซต์ ให้เก็บรักษาจนกว่าจะมีการชำระและสะสางสิทธิเรียกร้องหรือภาระหนี้ดังกล่าวเสร็จสิ้น

2. การจัดหาสินค้าหรือบริการ : จนกว่าการจัดหาสินค้าและบริการ รวมถึงการชำระเงินและการคำนวณยอดจะเสร็จสิ้น
อย่างไรก็ตาม หากเข้าข่ายกรณีดังต่อไปนี้ ให้เก็บรักษาจนกว่าระยะเวลาที่กำหนดจะสิ้นสุดลง
1) บันทึกเกี่ยวกับธุรกรรม เช่น การแสดงและโฆษณา เนื้อหาสัญญา และการปฏิบัติตามสัญญา ตาม「กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคในการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ」
– บันทึกเกี่ยวกับการแสดงและโฆษณา : 6 เดือน
– บันทึกเกี่ยวกับสัญญาหรือการถอนคำสั่งซื้อ การชำระเงิน และการจัดหาสินค้า ฯลฯ : 5 ปี
– บันทึกเกี่ยวกับการจัดการข้อร้องเรียนหรือข้อพิพาทของผู้บริโภค : 3 ปี
2) การเก็บรักษาข้อมูลยืนยันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการสื่อสารตามมาตรา 41 แห่ง「กฎหมายคุ้มครองความลับในการสื่อสาร」
– วันที่และเวลาการใช้บริการโทรคมนาคมของสมาชิก เวลาเริ่มต้นและสิ้นสุด หมายเลขสมาชิกของคู่สื่อสาร จำนวนครั้งการใช้งาน และข้อมูลติดตามตำแหน่งสถานีฐานของผู้โทร : 1 ปี
– ข้อมูลการสื่อสารผ่านคอมพิวเตอร์ บันทึกการใช้อินเทอร์เน็ต และข้อมูลติดตามตำแหน่งการเชื่อมต่อ : 3 เดือน

 

ข้อ 3 (การให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลภายนอก)

① บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลเฉพาะภายในขอบเขตที่ระบุไว้ในข้อ 1 (วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล) และจะให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลภายนอกเฉพาะในกรณีที่เข้าข่ายตามมาตรา 17 แห่งกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล หรือมีกฎหมายกำหนดไว้เป็นกรณีพิเศษ
② บริษัทให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลภายนอกดังต่อไปนี้
– ผู้รับข้อมูลส่วนบุคคล : <ตัวอย่าง) บริษัท OOO Card จำกัด>
– วัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้รับ : <ตัวอย่าง) ความร่วมมือทางธุรกิจ เช่น การจัดกิจกรรมร่วมกัน และการออกบัตรเครดิตพันธมิตร>
– รายการข้อมูลส่วนบุคคลที่ให้ : <ตัวอย่าง) ชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่อีเมล และข้อมูลบัญชีสำหรับชำระเงินด้วยบัตร>
– ระยะเวลาการเก็บรักษาและการใช้ข้อมูลของผู้รับ : <ตัวอย่าง) ตลอดระยะเวลาการทำธุรกรรมตามสัญญาการออกบัตรเครดิต>

 

ข้อ 4 (การมอบหมายการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล)

① เพื่อให้การดำเนินงานเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปอย่างราบรื่น บริษัทได้มอบหมายงานประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้

– ผู้รับมอบหมาย (ผู้ประมวลผล) : (주)아임웹
– รายละเอียดงานที่มอบหมาย : การให้ระบบสำหรับบริการโฮสติ้งร้านค้าออนไลน์ บริการแอปพลิเคชันมือถือ บริการด้านการตลาด บริการเสริมและบริการพันธมิตร รวมถึงบริการส่งข้อความแจ้งเตือน AlimTalk, FriendTalk และ SMS เป็นต้น

– ผู้รับมอบหมาย (ผู้ประมวลผล) : OOO PG
– รายละเอียดงานที่มอบหมาย : การชำระเงินและบริการเอสโครว์

– ผู้รับมอบหมาย (ผู้ประมวลผล) : OOO 택배
– รายละเอียดงานที่มอบหมาย : การจัดส่งสินค้า

– ผู้รับมอบหมาย (ผู้ประมวลผล) : Lee Jin-hwang
– รายละเอียดงานที่มอบหมาย : การให้คำปรึกษาและบริการลูกค้า

– ผู้รับมอบหมาย (ผู้ประมวลผล) : Lee Jin-hwang
– รายละเอียดงานที่มอบหมาย : การยืนยันตัวตน

② เมื่อทำสัญญามอบหมายงาน บริษัทจะระบุไว้ในสัญญาหรือเอกสารอื่นตามมาตรา 25 แห่งกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับข้อห้ามในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ของงานที่ได้รับมอบหมาย มาตรการคุ้มครองทางเทคนิคและการบริหาร ข้อจำกัดในการมอบหมายช่วง การบริหารและกำกับดูแลผู้รับมอบหมาย ความรับผิดในการชดใช้ความเสียหาย และเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้อง และบริษัทจะกำกับดูแลให้ผู้รับมอบหมายประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอย่างปลอดภัย
③ หากรายละเอียดของงานที่มอบหมายหรือผู้รับมอบหมายมีการเปลี่ยนแปลง บริษัทจะเปิดเผยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้โดยไม่ชักช้า

 

ข้อ 5 (สิทธิของผู้ใช้และผู้แทนโดยชอบธรรม และวิธีการใช้สิทธิ)

① เจ้าของข้อมูลสามารถใช้สิทธิที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลต่อบริษัทได้ทุกเมื่อดังต่อไปนี้
1. ขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
2. ขอแก้ไขข้อมูลในกรณีที่มีข้อผิดพลาด เป็นต้น
3. ขอลบข้อมูล
4. ขอระงับการประมวลผล
② การใช้สิทธิตามวรรค ① สามารถดำเนินการต่อบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษร ทางโทรศัพท์ อีเมล โทรสาร (FAX) เป็นต้น และบริษัทจะดำเนินการโดยไม่ชักช้า
③ หากเจ้าของข้อมูลร้องขอให้แก้ไขหรือลบข้อมูลส่วนบุคคลเนื่องจากมีข้อผิดพลาด บริษัทจะไม่ใช้หรือให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจนกว่าการแก้ไขหรือลบจะเสร็จสิ้น
④ สิทธิตามวรรค ① สามารถใช้ผ่านผู้แทนโดยชอบธรรมของเจ้าของข้อมูลหรือผู้รับมอบอำนาจได้ ในกรณีนี้จะต้องยื่นหนังสือมอบอำนาจตามแบบฟอร์มหมายเลข 11 ในภาคผนวกของกฎกระทรวงตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
⑤ เจ้าของข้อมูลต้องไม่ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลหรือความเป็นส่วนตัวของตนเองหรือของบุคคลอื่นที่บริษัทประมวลผล โดยฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

 

ข้อ 6 (รายการข้อมูลส่วนบุคคลที่ประมวลผล)

บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้

1. การสมัครและการจัดการสมาชิกเว็บไซต์
รายการที่จำเป็น : <ตัวอย่าง) ชื่อ วันเดือนปีเกิด ID รหัสผ่าน ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ เพศ ที่อยู่อีเมล หมายเลข i-PIN>
รายการที่เลือกให้ได้ : <ตัวอย่าง) สถานภาพสมรส ความสนใจ>

2. การจัดหาสินค้าหรือบริการ
รายการที่จำเป็น : <ตัวอย่าง) ชื่อ วันเดือนปีเกิด ID รหัสผ่าน ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่อีเมล หมายเลข i-PIN หมายเลขบัตรเครดิต ข้อมูลบัญชีธนาคาร และข้อมูลการชำระเงินอื่น ๆ>
รายการที่เลือกให้ได้ : <ความสนใจ ประวัติการซื้อที่ผ่านมา>

3. ในระหว่างการใช้บริการอินเทอร์เน็ต ข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้อาจถูกสร้างและเก็บรวบรวมโดยอัตโนมัติ
ที่อยู่ IP คุกกี้ ที่อยู่ MAC บันทึกการใช้บริการ ประวัติการเข้าชม และบันทึกการใช้งานที่ไม่เหมาะสม เป็นต้น

 

ข้อ 7 (การทำลายข้อมูลส่วนบุคคล)

① เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลไม่จำเป็นอีกต่อไป เช่น ระยะเวลาการเก็บรักษาสิ้นสุดลงหรือบรรลุวัตถุประสงค์ในการประมวลผลแล้ว บริษัทจะทำลายข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวโดยไม่ชักช้า
② หากจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลต่อไปตามกฎหมายอื่น แม้ว่าระยะเวลาการเก็บรักษาที่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลจะสิ้นสุดลงหรือบรรลุวัตถุประสงค์ในการประมวลผลแล้ว บริษัทจะย้ายข้อมูลดังกล่าวไปยังฐานข้อมูล (DB) แยกต่างหากหรือเก็บไว้ในสถานที่อื่น
③ ขั้นตอนและวิธีการทำลายข้อมูลส่วนบุคคลมีดังต่อไปนี้

1. ขั้นตอนการทำลาย
บริษัทจะคัดเลือกข้อมูลส่วนบุคคลที่มีเหตุให้ต้องทำลาย และดำเนินการทำลายหลังได้รับอนุมัติจากผู้รับผิดชอบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท

2. วิธีการทำลาย
ข้อมูลส่วนบุคคลที่บันทึกและจัดเก็บในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์จะถูกทำลายด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น Low Level Format เพื่อไม่ให้สามารถกู้คืนบันทึกได้ ส่วนข้อมูลส่วนบุคคลที่บันทึกและจัดเก็บในเอกสารกระดาษจะถูกทำลายด้วยเครื่องทำลายเอกสารหรือการเผาทำลาย

 

ข้อ 8 (มาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล)

บริษัทดำเนินมาตรการดังต่อไปนี้เพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
1. มาตรการด้านการบริหาร : การจัดทำและดำเนินแผนบริหารจัดการภายใน การฝึกอบรมพนักงานเป็นประจำ เป็นต้น
2. มาตรการด้านเทคนิค : การจัดการสิทธิ์การเข้าถึงระบบประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล การติดตั้งระบบควบคุมการเข้าถึง การเข้ารหัสข้อมูลระบุตัวตนเฉพาะ และการติดตั้งโปรแกรมรักษาความปลอดภัย
3. มาตรการด้านกายภาพ : การควบคุมการเข้าถึงห้องคอมพิวเตอร์ ห้องจัดเก็บข้อมูล เป็นต้น

 

ข้อ 9 (การติดตั้ง การใช้งาน และการปฏิเสธอุปกรณ์เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยอัตโนมัติ)

① บริษัทใช้ “คุกกี้ (cookie)” ซึ่งจัดเก็บและเรียกใช้ข้อมูลการใช้งานเป็นระยะ เพื่อให้บริการเฉพาะบุคคลแก่ผู้ใช้
② คุกกี้คือข้อมูลขนาดเล็กที่เซิร์ฟเวอร์ (http) ซึ่งใช้ในการดำเนินงานเว็บไซต์ส่งไปยังเว็บเบราว์เซอร์บนคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ และอาจถูกจัดเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์ของคอมพิวเตอร์ผู้ใช้
ก. วัตถุประสงค์ในการใช้คุกกี้: ใช้เพื่อวิเคราะห์รูปแบบการเข้าชมและการใช้บริการและเว็บไซต์ต่าง ๆ ของผู้ใช้ คำค้นหายอดนิยม การใช้การเชื่อมต่อแบบปลอดภัย เป็นต้น เพื่อให้ข้อมูลที่เหมาะสมที่สุดแก่ผู้ใช้
ข. การติดตั้ง การใช้งาน และการปฏิเสธคุกกี้ : ผู้ใช้สามารถปฏิเสธการจัดเก็บคุกกี้ได้โดยตั้งค่าตัวเลือกในเมนู เครื่องมือ <Internet Options> ความเป็นส่วนตัว ที่ด้านบนของเว็บเบราว์เซอร์
ค. หากปฏิเสธการจัดเก็บคุกกี้ อาจทำให้เกิดข้อจำกัดในการใช้บริการที่ปรับให้เหมาะกับผู้ใช้

 

ข้อ 10 (ผู้รับผิดชอบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล)

① บริษัทได้แต่งตั้งผู้รับผิดชอบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้ เพื่อรับผิดชอบโดยรวมเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการจัดการข้อร้องเรียนและการเยียวยาความเสียหายของเจ้าของข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

▶ ผู้รับผิดชอบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ชื่อ : Lee Jin-hwang
ตำแหน่ง : ผู้แทนบริษัท
ข้อมูลติดต่อ : <หมายเลขโทรศัพท์>, <อีเมล>, <หมายเลขแฟกซ์>
※ การติดต่อจะเชื่อมต่อไปยังฝ่ายที่รับผิดชอบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

▶ ฝ่ายที่รับผิดชอบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้รับผิดชอบ : Lee Jin-hwang
ข้อมูลติดต่อ : <หมายเลขโทรศัพท์>, <อีเมล>, <หมายเลขแฟกซ์>

② เจ้าของข้อมูลสามารถสอบถามผู้รับผิดชอบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและฝ่ายที่รับผิดชอบเกี่ยวกับคำถาม ข้อร้องเรียน การเยียวยาความเสียหาย และเรื่องอื่นทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการใช้บริการ (หรือธุรกิจ) ของบริษัท บริษัทจะตอบและดำเนินการเกี่ยวกับข้อสอบถามของเจ้าของข้อมูลโดยไม่ชักช้า

 

ข้อ 11 (การขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล)

เจ้าของข้อมูลสามารถยื่นคำขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 35 แห่งกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลต่อหน่วยงานดังต่อไปนี้ บริษัทจะพยายามดำเนินการคำขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลโดยเร็ว

▶ หน่วยงานรับและดำเนินการคำขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้รับผิดชอบ : Lee Jin-hwang
ข้อมูลติดต่อ : <หมายเลขโทรศัพท์>, <อีเมล>, <หมายเลขแฟกซ์>

 

ข้อ 12 (วิธีการเยียวยาเมื่อถูกละเมิดสิทธิ)

เจ้าของข้อมูลสามารถติดต่อหน่วยงานดังต่อไปนี้เพื่อขอคำปรึกษาหรือการเยียวยาความเสียหายจากการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

▶ ศูนย์รับแจ้งการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (ดำเนินการโดย Korea Internet & Security Agency)
– หน้าที่ : รับแจ้งกรณีละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลและให้คำปรึกษา
– เว็บไซต์ : privacy.kisa.or.kr
– โทรศัพท์ : 118 (ไม่ต้องใส่รหัสพื้นที่)
– ที่อยู่ : ชั้น 3 ศูนย์รับแจ้งการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล, 9 Jinheung-gil (301-2 Bitgaram-dong), Naju-si, Jeollanam-do 58324, สาธารณรัฐเกาหลี

▶ คณะกรรมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านข้อมูลส่วนบุคคล
– หน้าที่ : รับคำขอไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านข้อมูลส่วนบุคคล และการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแบบกลุ่ม (การระงับข้อพิพาททางแพ่ง)
– เว็บไซต์ : www.kopico.go.kr
– โทรศัพท์ : 1833-6972 (ไม่ต้องใส่รหัสพื้นที่)
– ที่อยู่ : ชั้น 4 อาคารรัฐบาลกรุงโซล, 209 Sejong-daero, Jongno-gu, Seoul 03171, สาธารณรัฐเกาหลี

▶ หน่วยสืบสวนอาชญากรรมไซเบอร์ สำนักงานอัยการสูงสุด : 02-3480-3573 (www.spo.go.kr)
▶ สำนักงานความปลอดภัยไซเบอร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ : 182 (http://cyberbureau.police.go.kr)

 

ข้อ 13 (การบังคับใช้และการเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว)

นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 20XX. X. X