นโยบายความเป็นส่วนตัว

 

MARJI (ต่อไปนี้เรียกว่า “บริษัท”) จัดทำและเปิดเผยนโยบายการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ตามมาตรา 30 แห่งกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล และเพื่อให้สามารถดำเนินการเกี่ยวกับข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องได้อย่างรวดเร็วและราบรื่น

 

ข้อ 1 (วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล)

บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลที่ประมวลผลจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากที่ระบุไว้ด้านล่าง และหากมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการใช้ บริษัทจะดำเนินมาตรการที่จำเป็น เช่น การขอความยินยอมแยกต่างหากตามมาตรา 18 แห่งกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

1. การสมัครและการจัดการสมาชิกเว็บไซต์
บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การยืนยันความประสงค์ในการสมัครสมาชิก การระบุและยืนยันตัวตนเพื่อให้บริการสำหรับสมาชิก การรักษาและจัดการสถานะสมาชิก การยืนยันตัวตนตามระบบยืนยันตัวตนแบบจำกัด การป้องกันการใช้บริการโดยมิชอบ การตรวจสอบความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรมในกรณีประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี การแจ้งประกาศและข้อมูลต่าง ๆ และการจัดการข้อร้องเรียน

2. การจัดหาสินค้าหรือบริการ
บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การจัดส่งสินค้า การให้บริการ การส่งสัญญาและใบเรียกเก็บเงิน การให้เนื้อหา การให้บริการเฉพาะบุคคล การยืนยันตัวตน การยืนยันอายุ การชำระเงินและการคำนวณยอด และการติดตามทวงถามหนี้

3. การจัดการข้อร้องเรียน
บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การยืนยันตัวตนของผู้ร้องเรียน การตรวจสอบรายละเอียดข้อร้องเรียน การติดต่อและแจ้งเพื่อการตรวจสอบข้อเท็จจริง และการแจ้งผลการดำเนินการ

 

ข้อ 2 (ระยะเวลาการประมวลผลและการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล)

① บริษัทประมวลผลและเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลภายในระยะเวลาการเก็บรักษาและการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่กำหนดโดยกฎหมาย หรือภายในระยะเวลาที่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลในขณะที่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
② ระยะเวลาการประมวลผลและการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละประเภทมีดังต่อไปนี้

1. การสมัครและการจัดการสมาชิกเว็บไซต์ : จนกว่าจะยกเลิกการเป็นสมาชิกเว็บไซต์ของผู้ประกอบการ/องค์กร
อย่างไรก็ตาม หากเข้าข่ายกรณีดังต่อไปนี้ ให้เก็บรักษาจนกว่าเหตุดังกล่าวจะสิ้นสุดลง
1) หากอยู่ระหว่างการสืบสวนหรือการสอบสวนเนื่องจากการฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ให้เก็บรักษาจนกว่าการสืบสวนหรือการสอบสวนดังกล่าวจะสิ้นสุดลง
2) หากยังมีสิทธิเรียกร้องหรือภาระหนี้อันเกิดจากการใช้เว็บไซต์ ให้เก็บรักษาจนกว่าจะมีการชำระและสะสางสิทธิเรียกร้องหรือภาระหนี้ดังกล่าวเสร็จสิ้น

2. การจัดหาสินค้าหรือบริการ : จนกว่าการจัดหาสินค้าและบริการ รวมถึงการชำระเงินและการคำนวณยอดจะเสร็จสิ้น
อย่างไรก็ตาม หากเข้าข่ายกรณีดังต่อไปนี้ ให้เก็บรักษาจนกว่าระยะเวลาที่กำหนดจะสิ้นสุดลง
1) บันทึกเกี่ยวกับธุรกรรม เช่น การแสดงและโฆษณา เนื้อหาสัญญา และการปฏิบัติตามสัญญา ตาม「กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคในการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ」
– บันทึกเกี่ยวกับการแสดงและโฆษณา : 6 เดือน
– บันทึกเกี่ยวกับสัญญาหรือการถอนคำสั่งซื้อ การชำระเงิน และการจัดหาสินค้า ฯลฯ : 5 ปี
– บันทึกเกี่ยวกับการจัดการข้อร้องเรียนหรือข้อพิพาทของผู้บริโภค : 3 ปี
2) การเก็บรักษาข้อมูลยืนยันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการสื่อสารตามมาตรา 41 แห่ง「กฎหมายคุ้มครองความลับในการสื่อสาร」
– วันที่และเวลาการใช้บริการโทรคมนาคมของสมาชิก เวลาเริ่มต้นและสิ้นสุด หมายเลขสมาชิกของคู่สื่อสาร จำนวนครั้งการใช้งาน และข้อมูลติดตามตำแหน่งสถานีฐานของผู้โทร : 1 ปี
– ข้อมูลการสื่อสารผ่านคอมพิวเตอร์ บันทึกการใช้อินเทอร์เน็ต และข้อมูลติดตามตำแหน่งการเชื่อมต่อ : 3 เดือน

 

ข้อ 3 (การให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลภายนอก)

① บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลเฉพาะภายในขอบเขตที่ระบุไว้ในข้อ 1 (วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล) และจะให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลภายนอกเฉพาะในกรณีที่เข้าข่ายตามมาตรา 17 แห่งกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล หรือมีกฎหมายกำหนดไว้เป็นกรณีพิเศษ
② บริษัทให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลภายนอกดังต่อไปนี้
– ผู้รับข้อมูลส่วนบุคคล : <ตัวอย่าง) บริษัท OOO Card จำกัด>
– วัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้รับ : <ตัวอย่าง) ความร่วมมือทางธุรกิจ เช่น การจัดกิจกรรมร่วมกัน และการออกบัตรเครดิตพันธมิตร>
– รายการข้อมูลส่วนบุคคลที่ให้ : <ตัวอย่าง) ชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่อีเมล และข้อมูลบัญชีสำหรับชำระเงินด้วยบัตร>
– ระยะเวลาการเก็บรักษาและการใช้ข้อมูลของผู้รับ : <ตัวอย่าง) ตลอดระยะเวลาการทำธุรกรรมตามสัญญาการออกบัตรเครดิต>

 

ข้อ 4 (การมอบหมายการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล)

① เพื่อให้การดำเนินงานเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปอย่างราบรื่น บริษัทได้มอบหมายงานประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้

– ผู้รับมอบหมาย (ผู้ประมวลผล) : (주)아임웹
– รายละเอียดงานที่มอบหมาย : การให้ระบบสำหรับบริการโฮสติ้งร้านค้าออนไลน์ บริการแอปพลิเคชันมือถือ บริการด้านการตลาด บริการเสริมและบริการพันธมิตร รวมถึงบริการส่งข้อความแจ้งเตือน AlimTalk, FriendTalk และ SMS เป็นต้น

– ผู้รับมอบหมาย (ผู้ประมวลผล) : OOO PG
– รายละเอียดงานที่มอบหมาย : การชำระเงินและบริการเอสโครว์

– ผู้รับมอบหมาย (ผู้ประมวลผล) : OOO 택배
– รายละเอียดงานที่มอบหมาย : การจัดส่งสินค้า

– ผู้รับมอบหมาย (ผู้ประมวลผล) : Lee Jin-hwang
– รายละเอียดงานที่มอบหมาย : การให้คำปรึกษาและบริการลูกค้า

– ผู้รับมอบหมาย (ผู้ประมวลผล) : Lee Jin-hwang
– รายละเอียดงานที่มอบหมาย : การยืนยันตัวตน

② เมื่อทำสัญญามอบหมายงาน บริษัทจะระบุไว้ในสัญญาหรือเอกสารอื่นตามมาตรา 25 แห่งกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับข้อห้ามในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ของงานที่ได้รับมอบหมาย มาตรการคุ้มครองทางเทคนิคและการบริหาร ข้อจำกัดในการมอบหมายช่วง การบริหารและกำกับดูแลผู้รับมอบหมาย ความรับผิดในการชดใช้ความเสียหาย และเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้อง และบริษัทจะกำกับดูแลให้ผู้รับมอบหมายประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอย่างปลอดภัย
③ หากรายละเอียดของงานที่มอบหมายหรือผู้รับมอบหมายมีการเปลี่ยนแปลง บริษัทจะเปิดเผยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้โดยไม่ชักช้า

 

ข้อ 5 (สิทธิของผู้ใช้และผู้แทนโดยชอบธรรม และวิธีการใช้สิทธิ)

① เจ้าของข้อมูลสามารถใช้สิทธิที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลต่อบริษัทได้ทุกเมื่อดังต่อไปนี้
1. ขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
2. ขอแก้ไขข้อมูลในกรณีที่มีข้อผิดพลาด เป็นต้น
3. ขอลบข้อมูล
4. ขอระงับการประมวลผล
② การใช้สิทธิตามวรรค ① สามารถดำเนินการต่อบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษร ทางโทรศัพท์ อีเมล โทรสาร (FAX) เป็นต้น และบริษัทจะดำเนินการโดยไม่ชักช้า
③ หากเจ้าของข้อมูลร้องขอให้แก้ไขหรือลบข้อมูลส่วนบุคคลเนื่องจากมีข้อผิดพลาด บริษัทจะไม่ใช้หรือให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจนกว่าการแก้ไขหรือลบจะเสร็จสิ้น
④ สิทธิตามวรรค ① สามารถใช้ผ่านผู้แทนโดยชอบธรรมของเจ้าของข้อมูลหรือผู้รับมอบอำนาจได้ ในกรณีนี้จะต้องยื่นหนังสือมอบอำนาจตามแบบฟอร์มหมายเลข 11 ในภาคผนวกของกฎกระทรวงตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
⑤ เจ้าของข้อมูลต้องไม่ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลหรือความเป็นส่วนตัวของตนเองหรือของบุคคลอื่นที่บริษัทประมวลผล โดยฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

 

ข้อ 6 (รายการข้อมูลส่วนบุคคลที่ประมวลผล)

บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้

1. การสมัครและการจัดการสมาชิกเว็บไซต์
รายการที่จำเป็น : <ตัวอย่าง) ชื่อ วันเดือนปีเกิด ID รหัสผ่าน ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ เพศ ที่อยู่อีเมล หมายเลข i-PIN>
รายการที่เลือกให้ได้ : <ตัวอย่าง) สถานภาพสมรส ความสนใจ>

2. การจัดหาสินค้าหรือบริการ
รายการที่จำเป็น : <ตัวอย่าง) ชื่อ วันเดือนปีเกิด ID รหัสผ่าน ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่อีเมล หมายเลข i-PIN หมายเลขบัตรเครดิต ข้อมูลบัญชีธนาคาร และข้อมูลการชำระเงินอื่น ๆ>
รายการที่เลือกให้ได้ : <ความสนใจ ประวัติการซื้อที่ผ่านมา>

3. ในระหว่างการใช้บริการอินเทอร์เน็ต ข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้อาจถูกสร้างและเก็บรวบรวมโดยอัตโนมัติ
ที่อยู่ IP คุกกี้ ที่อยู่ MAC บันทึกการใช้บริการ ประวัติการเข้าชม และบันทึกการใช้งานที่ไม่เหมาะสม เป็นต้น

 

ข้อ 7 (การทำลายข้อมูลส่วนบุคคล)

① เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลไม่จำเป็นอีกต่อไป เช่น ระยะเวลาการเก็บรักษาสิ้นสุดลงหรือบรรลุวัตถุประสงค์ในการประมวลผลแล้ว บริษัทจะทำลายข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวโดยไม่ชักช้า
② หากจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลต่อไปตามกฎหมายอื่น แม้ว่าระยะเวลาการเก็บรักษาที่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลจะสิ้นสุดลงหรือบรรลุวัตถุประสงค์ในการประมวลผลแล้ว บริษัทจะย้ายข้อมูลดังกล่าวไปยังฐานข้อมูล (DB) แยกต่างหากหรือเก็บไว้ในสถานที่อื่น
③ ขั้นตอนและวิธีการทำลายข้อมูลส่วนบุคคลมีดังต่อไปนี้

1. ขั้นตอนการทำลาย
บริษัทจะคัดเลือกข้อมูลส่วนบุคคลที่มีเหตุให้ต้องทำลาย และดำเนินการทำลายหลังได้รับอนุมัติจากผู้รับผิดชอบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท

2. วิธีการทำลาย
ข้อมูลส่วนบุคคลที่บันทึกและจัดเก็บในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์จะถูกทำลายด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น Low Level Format เพื่อไม่ให้สามารถกู้คืนบันทึกได้ ส่วนข้อมูลส่วนบุคคลที่บันทึกและจัดเก็บในเอกสารกระดาษจะถูกทำลายด้วยเครื่องทำลายเอกสารหรือการเผาทำลาย

 

ข้อ 8 (มาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล)

บริษัทดำเนินมาตรการดังต่อไปนี้เพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
1. มาตรการด้านการบริหาร : การจัดทำและดำเนินแผนบริหารจัดการภายใน การฝึกอบรมพนักงานเป็นประจำ เป็นต้น
2. มาตรการด้านเทคนิค : การจัดการสิทธิ์การเข้าถึงระบบประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล การติดตั้งระบบควบคุมการเข้าถึง การเข้ารหัสข้อมูลระบุตัวตนเฉพาะ และการติดตั้งโปรแกรมรักษาความปลอดภัย
3. มาตรการด้านกายภาพ : การควบคุมการเข้าถึงห้องคอมพิวเตอร์ ห้องจัดเก็บข้อมูล เป็นต้น

 

ข้อ 9 (การติดตั้ง การใช้งาน และการปฏิเสธอุปกรณ์เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยอัตโนมัติ)

① บริษัทใช้ “คุกกี้ (cookie)” ซึ่งจัดเก็บและเรียกใช้ข้อมูลการใช้งานเป็นระยะ เพื่อให้บริการเฉพาะบุคคลแก่ผู้ใช้
② คุกกี้คือข้อมูลขนาดเล็กที่เซิร์ฟเวอร์ (http) ซึ่งใช้ในการดำเนินงานเว็บไซต์ส่งไปยังเว็บเบราว์เซอร์บนคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ และอาจถูกจัดเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์ของคอมพิวเตอร์ผู้ใช้
ก. วัตถุประสงค์ในการใช้คุกกี้: ใช้เพื่อวิเคราะห์รูปแบบการเข้าชมและการใช้บริการและเว็บไซต์ต่าง ๆ ของผู้ใช้ คำค้นหายอดนิยม การใช้การเชื่อมต่อแบบปลอดภัย เป็นต้น เพื่อให้ข้อมูลที่เหมาะสมที่สุดแก่ผู้ใช้
ข. การติดตั้ง การใช้งาน และการปฏิเสธคุกกี้ : ผู้ใช้สามารถปฏิเสธการจัดเก็บคุกกี้ได้โดยตั้งค่าตัวเลือกในเมนู เครื่องมือ <Internet Options> ความเป็นส่วนตัว ที่ด้านบนของเว็บเบราว์เซอร์
ค. หากปฏิเสธการจัดเก็บคุกกี้ อาจทำให้เกิดข้อจำกัดในการใช้บริการที่ปรับให้เหมาะกับผู้ใช้

 

ข้อ 10 (ผู้รับผิดชอบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล)

① บริษัทได้แต่งตั้งผู้รับผิดชอบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้ เพื่อรับผิดชอบโดยรวมเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการจัดการข้อร้องเรียนและการเยียวยาความเสียหายของเจ้าของข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

▶ ผู้รับผิดชอบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ชื่อ : Lee Jin-hwang
ตำแหน่ง : ผู้แทนบริษัท
ข้อมูลติดต่อ : <หมายเลขโทรศัพท์>, <อีเมล>, <หมายเลขแฟกซ์>
※ การติดต่อจะเชื่อมต่อไปยังฝ่ายที่รับผิดชอบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

▶ ฝ่ายที่รับผิดชอบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้รับผิดชอบ : Lee Jin-hwang
ข้อมูลติดต่อ : <หมายเลขโทรศัพท์>, <อีเมล>, <หมายเลขแฟกซ์>

② เจ้าของข้อมูลสามารถสอบถามผู้รับผิดชอบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและฝ่ายที่รับผิดชอบเกี่ยวกับคำถาม ข้อร้องเรียน การเยียวยาความเสียหาย และเรื่องอื่นทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการใช้บริการ (หรือธุรกิจ) ของบริษัท บริษัทจะตอบและดำเนินการเกี่ยวกับข้อสอบถามของเจ้าของข้อมูลโดยไม่ชักช้า

 

ข้อ 11 (การขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล)

เจ้าของข้อมูลสามารถยื่นคำขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 35 แห่งกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลต่อหน่วยงานดังต่อไปนี้ บริษัทจะพยายามดำเนินการคำขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลโดยเร็ว

▶ หน่วยงานรับและดำเนินการคำขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้รับผิดชอบ : Lee Jin-hwang
ข้อมูลติดต่อ : <หมายเลขโทรศัพท์>, <อีเมล>, <หมายเลขแฟกซ์>

 

ข้อ 12 (วิธีการเยียวยาเมื่อถูกละเมิดสิทธิ)

เจ้าของข้อมูลสามารถติดต่อหน่วยงานดังต่อไปนี้เพื่อขอคำปรึกษาหรือการเยียวยาความเสียหายจากการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

▶ ศูนย์รับแจ้งการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (ดำเนินการโดย Korea Internet & Security Agency)
– หน้าที่ : รับแจ้งกรณีละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลและให้คำปรึกษา
– เว็บไซต์ : privacy.kisa.or.kr
– โทรศัพท์ : 118 (ไม่ต้องใส่รหัสพื้นที่)
– ที่อยู่ : ชั้น 3 ศูนย์รับแจ้งการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล, 9 Jinheung-gil (301-2 Bitgaram-dong), Naju-si, Jeollanam-do 58324, สาธารณรัฐเกาหลี

▶ คณะกรรมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านข้อมูลส่วนบุคคล
– หน้าที่ : รับคำขอไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านข้อมูลส่วนบุคคล และการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแบบกลุ่ม (การระงับข้อพิพาททางแพ่ง)
– เว็บไซต์ : www.kopico.go.kr
– โทรศัพท์ : 1833-6972 (ไม่ต้องใส่รหัสพื้นที่)
– ที่อยู่ : ชั้น 4 อาคารรัฐบาลกรุงโซล, 209 Sejong-daero, Jongno-gu, Seoul 03171, สาธารณรัฐเกาหลี

▶ หน่วยสืบสวนอาชญากรรมไซเบอร์ สำนักงานอัยการสูงสุด : 02-3480-3573 (www.spo.go.kr)
▶ สำนักงานความปลอดภัยไซเบอร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ : 182 (http://cyberbureau.police.go.kr)

 

ข้อ 13 (การบังคับใช้และการเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว)

นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 20XX. X. X